Skip to main content

Warning message

Mean Menu style requires jQuery library version 1.7 or higher, but you have opted to provide your own library. Please ensure you have the proper version of jQuery included. (note: this is not an error)

17. ผู้บริโภคโภชนะด้วยปลายหญ้าคา

เหตุการณ์ พระศาสดาทรงปรารภเรื่องของชัมพุกาชีวก ผู้ด่าพระอรหันต์ด้วยอาการ ๔
Series ชุดอรหันตธรรมบท
ชุดที่ 2
Track 17

บทย่อ

ในกาลแห่งพระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้า กุฎุมพีคนหนึ่งสร้างวิหารถวายและบำรุงพระเถระรูปหนึ่งด้วยปัจจัย ๔ วันหนึ่งมีภิกษุขีณาสพต่างถิ่นรูปหนึ่งได้เที่ยวบิณฑบาตมาถึงเรือนของกุฎุมพีนั้น กุฎุมพีเห็นพระขีณาสพนั้นมีอิริยาบถน่าเลื่อมใส จึงนิมนต์ให้เข้าไปในเรือน และได้ถวายผ้าสาฎกผืนใหญ่ นำช่างกัลบกมาปลงผมและจัดเตียงเพื่อท่าน ภิกษุเจ้าถิ่นเห็น เกิดจิตริษยาและได้เข้าไปด่าพระเถระซึ่งเป็นพระอรหันต์ด้วยอาการ ๔ ว่า

ท่านเคี้ยวกินอุจจาระ ประเสริฐกว่าการบริโภคภัตในเรือนของกุฎุมพี
ท่านให้ถอนผมด้วยแปรงตาล ประเสริฐกว่าการปลงผมด้วยช่างกัลบกที่กุฎุมพีนำมา
ท่านเปลือยกายเที่ยวไป ประเสริฐกว่าการนุ่งผ้าสาฎกที่กุฏุมพีถวาย
ท่านนอนบนแผ่นดิน ประเสริฐกว่าการนอนบนเตียงที่กุฎุมพีนำมา
 
เพราะการเบียดเบียนพระอรหันต์ เมื่อท่านมรณภาพท่านได้ไปเกิดในอเวจี เสวยทุกข์เป็นอันมากเป็นเวลาพุทธันดรหนึ่ง แม้สมณธรรมที่ภิกษุนั้นทำไว้ตลอดสองหมื่นปีก็มิอาจช่วยได้
 
ในพุทธุปบาทกาลนี้ ท่านได้เกิดในตระกูลมั่งคั่ง ตั้งแต่เด็กจนเติบใหญ่ท่านไม่ต้องการนอนบนที่นอน ชอบนอนบนพื้นดิน ไม่ต้องการบริโภคอาหาร กินแต่อุจจาระของตนเท่านั้น ไม่นุ่งผ้า ชอบเปลือยกาย บิดามารดาเกรงว่าจะทำให้สกุลเสื่อมเสีย จึงนำไปบวชในสำนักของอาชีวก เมื่อบวชแล้ว ก็ยังไม่บริโภคอาหารแต่ยังกินอุจจาระเป็นอาหาร เมื่ออาชีวกรู้เรื่องจึงขับไล่เขาออกจากสำนัก
 
ชัมพุกาชีวกไปอาศัยอยู่ที่หินดาดแห่งหนึ่งซึ่งเป็นที่สำหรับมหาชนมาถ่ายอุจจาระ เขากินอุจจาระในเวลากลางคืน ในเวลากลางวัน เขาเหนี่ยวก้อนหินข้างหนึ่งด้วยมือ ยกเท้าขึ้นข้างหนึ่งตั้งไว้บนเข่า ยืนเงยหน้าอ้าปาก และได้ลวงมหาชนว่ามีลมเป็นภักษา ไม่กินของอย่างอื่น และที่ยกเท้าข้างหนึ่งตั้งไว้บนเข่าเพราะมีตบะสูงกล้า ถ้าเหยียบแผ่นดินด้วยเท้าทั้งสองแผ่นดินจะหวั่นไหว มหาชนก็เลื่อมใสและนำอาหารมาถวาย ชัมพุกาบอกว่าหากกินอาหารอย่างอื่น ตบะย่อมเสื่อมไป มหาชนได้อ้อนวอนครั้งแล้วครั้งเล่า จึงยอมเอาปลายหญ้าคาวางบนอาหาร แล้วเอาแตะที่ปลายลิ้น แล้วส่งอาหารคืนเจ้าของ อาชีวกนั้นเป็นคนเปลือย เคี้ยวกินอุจจาระ ถอนผมด้วยแปรงตาล นอนบนพื้นดิน ล่วงไป ๕๕ ปี พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพิจารณาดูสัตว์โลก ทรงเห็นอุปนิสัยแห่งพระอรหัตพร้อมด้วยปฏิสัมภิทาของเขา ได้เสด็จไปโปรดชัมพุกาชีวก
 
พระศาสดาเสด็จไปพักกับชัมพุกาชีวก และในปฐมยาม ท้าวมหาราชทั้งสี่ ทำทิศทั้งสี่ให้มีแสงสว่างได้มา ในมัชฌิมยาม ท้าวสักกเทวราชเสด็จมา และในปัจฉิมยาม ท้าวมหาพรหมเสด็จมาทำทั่วทั้งป่าให้มีแสงสว่าง ชัมพุกะเห็นเหตุการณ์และได้กล่าวว่าพระผู้มีพระภาคเป็นผู้อัศจรรย์ ตนอยู่ที่นี่ ๕๕ ปี ไม่เคยมีเทวดาสักองค์หนึ่งมาบำรุง แล้วตรัสถามพระศาสดาถึงกรรมของตนที่ทำให้ตนต้องกินอุจจาระและนอนบนพื้นดิน 

พระศาสดาตรัสบอกกรรมที่ชุมพุกาชีวกกระทำแล้วในกาลก่อน ความสังเวชได้เกิดขึ้น หิริโอตตัปปะปะปรากฏขึ้น พระศาสดาตรัสอนุปุพพิกถาแสดงธรรมแก่ชุมพุกาชีวก ในกาลจบเทศนา เขาบรรลุพระอรหัตพร้อมด้วยปฏิสัมภิทา กรรมในกาลก่อนของชัมพุกะนั้นหมดสิ้นแล้ว
 
ชัมพุกะได้บวชเป็นภิกษุและได้บอกความจริงแก่มหาชนและให้มหาชนทราบความที่ตนเป็นสาวกของพระศาสดา
 
พระศาสดาทรงสืบอนุสนธิแสดงธรรมโดยตรัสพระคาถาว่า
 
คนพาลพึงบริโภคโภชนะด้วยปลายหญ้าคาทุกๆ เดือน เขาย่อมไม่ถึงเสี้ยวที่ ๑๖ แห่งท่านผู้มีธรรมอันนับได้แล้ว
 
ในกาลจบเทศนา ธรรมาภิสมัยได้มีแก่สัตว์ ๘ หมื่น ๔ พัน



อ่าน ชัมพุกาชีวก
อ่าน คาถาธรรมบท พาลวรรค