Skip to main content

Warning message

Mean Menu style requires jQuery library version 1.7 or higher, but you have opted to provide your own library. Please ensure you have the proper version of jQuery included. (note: this is not an error)

9. รัฐปาลเถระ

ว่าด้วย รัฐปาลเถระ
เหตุการณ์ ประวัติท่านรัฐปาลเถระและธัมมุทเทส ๔
Series ชุดพุทธกิจ
Track 9

บทย่อ

สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาค  พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่  ได้เสด็จจาริกถึงถุลลโกฏฐิตนิคม พราหมณ์และคฤหบดีทั้งหลายทราบข่าวจึงพากันมาเข้าเฝ้า

รัฐปาลกุลบุตรซึ่งนั่งอยู่ในหมู่บริษัทนั้น ต้องการรู้ทั่วถึงธรรมที่พระผู้มีพระภาคได้ทรงแสดง จึงเข้าไปทูลขอบรรพชากับพระผู้มีพระภาค แต่พระองค์ยังไม่ทรงบวชให้ เนื่องจากมารดาและบิดาของรัฐปาลกุลบุตรยังไม่ได้อนุญาตให้บวช

รัฐปาลกุลบุตรจึงกลับไปขออนุญาตมารดาและบิดา ออกจากเรือนเพื่อบวชถึงสามครั้ง แต่ก็ไม่ได้รับอนุญาตเพราะมารดาและบิดาต้องการให้รัฐปาลกุลบุตรครองเรือน บริโภคกาม ไม่ปรารถนาที่จะพลัดพรากจากบุตรชายผู้เป็นที่รัก

รัฐปาลกุลบุตรน้อยใจ จึงนอนบนพื้น ด้วยตั้งใจว่า ที่นี้จะเป็นที่ตาย หรือที่บวชของตน และไม่บริโภคอาหารตลอด ๗ วัน แม้มารดาและบิดา หรือเพื่อนๆจะมาอ้อนวอนให้ล้มเลิกความคิดที่จะบวช แต่รัฐปาลกุลบุตรก็นิ่งเฉย

ในที่สุดมารดาและบิดาอนุญาตให้รัฐปาลกุลบุตรออกบวชได้ แต่มีข้อแม้ว่าเมื่อบวชแล้ว ให้กลับมาเยี่ยมที่บ้านบ้าง รัฐปาลกุลบุตรจึงได้บรรพชาอุปสมบทในสำนักพระผู้มีพระภาค

หลังจากพระรัฐปาละอุปสมบทได้ประมาณครึ่งเดือน ท่านหลีกไปอยู่ผู้เดียว เป็นผู้ไม่ประมาท มีความเพียร ไม่นานก็สำเร็จอรหัตผล  จึงเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค ณ พระวิหารเชตวัน เพื่อกราบทูลขออนุญาตไปเยี่ยมมารดาและบิดา ซึ่งพระผู้มีพระภาคก็ทรงอนุญาต เมื่อมนสิการกำหนดใจด้วยใจแล้วทราบชัดว่า รัฐปาลกุลบุตรไม่สามารถที่จะลาสิกขาสึกออกไปได้แล้ว

เมื่อพระรัฐปาละเดินทางมาถึงถุลลโกฏฐิตนิคม และได้เข้าไปบิณฑบาตยังนิเวศน์ของบิดา แต่ไม่ได้รับบิณฑบาต ได้แต่คำด่าว่าพวกสมณะศีรษะโล้นเหล่านี้ บวชบุตรชายผู้เป็นที่รักของเรา  เมื่อบิดาทราบข่าวจากทาสีว่าพระรัฐปาละกลับมา จึงได้เดินทางมาพบท่านรัฐปาละเพื่อนิมนต์ให้ท่านไปรับภัตตาหารที่นิเวศน์ตนในวันรุ่งขึ้น  บิดาของพระรัฐปาละได้จัดเตรียมเงินและทอง ของฉันอันประณีต ส่วนมารดาก็ให้หญิงทั้งหลายที่เป็นภรรยาเก่าของท่านรัฐปาละแต่งเครื่องประดับที่เคยเป็นที่พอใจของบุตรชาย 

วันรุ่งขึ้น เมื่อพระรัฐปาละเข้ามายังนิเวศน์ บิดาของท่านได้กล่าวยกทรัพย์สมบัติให้ทั้งหมด เพื่อหวังให้ท่านสึกออกมา ท่านพระรัฐปาละก็กล่าวกับบิดาว่า

ให้ขนกองเงินกองทองนี้ แล้วไปทิ้งเสียที่กลางแม่น้ำคงคง เพราะความโศก ความร่ำไร ทุกข์ โทมนัส และอุปายาส มีทรัพย์นั้นเป็นเหตุจะเกิดขึ้น

เมื่อภรรยาเก่าของท่านพระรัฐปาละถามว่านางฟ้าผู้เป็นเหตุให้ท่านประพฤติพรหมจรรย์เป็นเช่นไร ท่านพระรัฐปาละตอบว่า นางฟ้าทั้งหลายไม่ได้เป็นเหตุของการประพฤติพรหมจรรย์

เมื่อฉันภัตตาหารเสร็จ พระรัฐปาละได้แสดงธรรมว่า

รูปอันวิจิตรด้วยเครื่องประดับ งามด้วยเสื้อผ้า หน้าที่ทาด้วยจรุณ ผมที่ตกแต่ง ตาที่เยิ้มด้วยยาหยอด คือกระดูกที่มีหนังหุ้มห่อไว้ คือกายเน่าอันประดับด้วยเครื่องอลังการ เหล่านี้อาจจะหลอกคนโง่ให้หลงได้ แต่จะหลอกคนผู้แสวงหาฝั่งคือพระนิพพานไม่ได้

จากนั้นพระรัฐปาละได้เข้าไปยังพระราชอุทยานมิคาจีระของพระเจ้าโกรัพยะ แล้วนั่งพักกลางวันอยู่ที่โคนไม้แห่งหนึ่ง พระเจ้าโกรัพยะเสด็จมาพบท่านพระรัฐปาละ พระองค์ตรัสกับท่านพระรัฐปาละว่า

ความเสื่อม ๔ ประการ คือ

1.  ความเสื่อมเพราะชรา
2.  ความเสื่อมเพราะความเจ็บไข้
3.  ความเสื่อมจากโภคสมบัติ
4.  ความเสื่อมจากญาติ

ที่คนบางพวกถึงเข้าแล้ว ทำให้การจะได้โภคสมบัติที่ยังไม่ได้ หรือการที่จะทำโภคสมบัติที่ได้แล้วให้เจริญ ไม่ใช่ทำได้ง่าย ย่อมออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต

แล้วตรัสถามว่า

ส่วนท่านรัฐปาละยังหนุ่มแน่น ไม่มีความเสื่อมเพราะชรา เป็นผู้ไม่อาพาธ ไม่มีทุกข์ ไม่มีความเสื่อมเพราะความเจ็บไข้ เป็นบุตรของตระกูลเลิศในถุลลโกฏฐิตนิคม ไม่มีความเสื่อมจากโภคสมบัติ และมีมิตรและญาติในถุลลโกฏฐิตนิคมเป็นอันมาก ไม่มีความเสื่อมจากญาติเลย

ท่านรัฐปาละ รู้เห็นหรือได้ฟังอะไร  จึงออกจากเรือน บวชเป็นบรรพชิตเสีย

ท่านพระรัฐปาละตอบว่า

พระผู้มีพระภาค ทรงรู้ ทรงเห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงแสดงธัมมุทเทส ๔ ข้อ ที่ท่านรู้เห็นและได้ฟังแล้ว จึงออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต คือ

ธัมมุทเทศ ๔ ประการ 

1. โลกอันชรานำเข้าไปไม่ยั่งยืน

เมื่อยังหนุ่ม เคยเข้าสงคราม บางครั้งคิดว่าตนมีฤทธิ์ เมื่อแก่แล้ว เป็นผู้ใหญ่ เข้าสู่วัยแปดสิบ บางครั้งคิดจะย่างเท้าที่นี้ ก็ไพล่ย่างไปทางอื่น นี้คือโลกอันชรานำเข้าไปไม่ยั่งยืน

2. โลกไม่มีผู้ต้านทาน ไม่เป็นใหญ่เฉพาะตน

เมื่อเจ็บหนัก ก็ไม่มีใครสามารถช่วยแบ่งเวทนานี้ไป เพื่อเวทนาเบาลง ต้องเสวยเวทนานี้เอง นี้คือโลกไม่มีผู้ต้านทาน ไม่เป็นใหญ่เฉพาะตน

3. โลกไม่มีอะไรเป็นของตน จำต้องละสิ่งทั้งปวงไป

เมื่อจะไปโลกหน้า ชนเหล่าอื่นจะปกครองโภคสมบัตินี้ ส่วนตนก็จะไปตามยถากรรม นี้คือโลกไม่มีอะไรเป็นของตน จำต้องละสิ่งทั้งปวงไป

4. โลกบกพร่องอยู่เป็นนิตย์ ไม่รู้จักอิ่ม เป็นทาสแห่งตัณหา

เมื่อมีราชบุรุษ กราบทูลว่า ในทิศต่างๆ มีชนบทใหญ่ มั่งคั่งและเจริญ มีชนมาก มีพลช้าง พลม้า พลรถ พลเดินเท้า สัตว์อชินะที่ฝึกแล้ว รวมถึงเงินทองมากมาย และในชนบทนั้นมีสตรีปกครอง พระองค์อาจจะรบชนะได้ด้วยกำลังพลประมาณเท่านั้น พระองค์ก็ต้องการไปรบเพื่อเอาชนบทนั้นมาครอบครอง นี้คือโลกบกพร่องอยู่เป็นนิตย์ ไม่รู้จักอิ่ม เป็นทาสแห่งตัณหา

แล้วท่านพระรัฐปาละประพันธ์คาถาว่า

มนุษย์ทั้งหลายที่เป็นผู้มีทรัพย์ ได้ทรัพย์แล้ว แต่ไม่ให้ เพราะความหลง ทำการสั่งสมทรัพย์ เพราะความโลภ และยังปรารถนากามอื่นยิ่งขึ้นไป พระราชาทรงแผ่อำนาจ ครอบครองแผ่นดินไม่เพียงฝั่งสมุทรข้างหนึ่ง แต่ยังทรงปรารถนาฝั่งสมุทรอีกข้างด้วย เมื่อยังไม่สิ้นความทะเยอทะยาน เข้าถึงความตาย เป็นผู้พร่องอยู่  ละร่างกายไป แต่ความอิ่มด้วยกาม ย่อมไม่มีในโลกเลย

ญาติทั้งหลายพากันคร่ำครวญถึงผู้นั้นว่าตายแล้ว ไม่มีใครต้านทานได้ เมื่อผู้นั้นกำลังถูกเผาอยู่ ถูกแทงด้วยหลาว มีผ้าผืนเดียว ละโภคสมบัติไป ทายาททั้งหลายก็เอาทรัพย์ของผู้นั้นไป ส่วนสัตว์ย่อมไปตามกรรมที่ทำไว้

ทั้งทรัพย์ บุตร ภรรยา หรือแว่นแคว้นก็ติดตามคนตายไปไม่ได้ บุคคลไม่ได้อายุยืนหรือกำจัดชราได้ด้วยทรัพย์

นักปราชญ์ทั้งหลาย กล่าวชีวิตนี้ว่าน้อยนัก ไม่เที่ยง มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา

ทั้งคนมั่งมี และยากจน คนพาลและนักปราชญ์ ย่อมกระทบผัสสะเช่นเดียวกัน

แต่คนพาลย่อมนอนหวาดอยู่ เพราะความที่ตนเป็นพาล

ส่วนนักปราชญ์ย่อมไม่หวั่นไหว ดังนั้น ปัญญาจึงประเสริฐกว่าทรัพย์ เป็นเหตุถึงที่สุดในโลกนี้ได้

คนเป็นอันมาก ทำบาปกรรมเพราะความหลงในภพน้อยใหญ่ เพราะไม่มีปัญญา สัตว์เหล่านั้นย่อมเข้าถึงครรภ์บ้าง ปรโลกบ้าง หมู่สัตว์ผู้มีบาป ธรรม เมื่อละโลกนี้ไปแล้วย่อมเดือดร้อนในโลกหน้าเพราะกรรมของตนเอง

กามทั้งหลายมีรสอร่อย เป็นที่รื่นรมย์ใจ ย่อมย่ำยีจิต ด้วยรูปมีประการต่างๆ สัตว์โลกทั้งหลาย ทั้งหนุ่มทั้งแก่ เมื่อสรีระถูกทำลาย ย่อมตาย เหมือนผลไม้ที่ร่วงหล่นไป

ท่านพระรัฐปาละเห็นโทษในกามทั้งหลาย รู้เหตุดังนี้ จึงออกบวช ความเป็นสมณะ เป็นข้อปฏิบัติอันไม่ผิด เป็นผู้ประเสริฐแล้ว
 

 

อ่านพระสูตรฉบับสมบูรณ์ได้ที่ www.84000.org - รัฐปาลสูตร