Skip to main content

Warning message

Mean Menu style requires jQuery library version 1.7 or higher, but you have opted to provide your own library. Please ensure you have the proper version of jQuery included. (note: this is not an error)

6. พระพุทธบัญญัติจีวร

เหตุการณ์ พระพุทธบัญญัติเนื่องด้วยจีวร
Series ชุดพุทธกิจ
Track 6

บทย่อ

ครั้งหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเสด็จพระพุทธดำเนินไปทางทักขิณาคิรีชนบท ทรงทอดพระเนตรเห็นนาของชาวมคธ ซึ่งเขาพูนดินขึ้นเป็นคันนาสี่เหลี่ยม พูนคันนายาวทั้งด้านยาว และด้านกว้าง พูนคันนาคั่นในระหว่างๆ ด้วยคันนาสั้นๆ พูนคันนาเชื่อมกันดังทาง ๔ แพร่ง ตามที่ซึ่งคันนากับคันนาผ่านตัดกันไป ครั้นแล้วรับสั่งกะพระอานนท์ว่าสามารถแต่งจีวรของภิกษุทั้งหลายให้มีรูปอย่างนั้นได้หรือไม่

ครั้นพระผู้มีพระภาคเสด็จกลับจากทักขิณาคิรีชนบท มายังพระนครราชคฤห์ ท่านพระอานนท์เข้าไปเฝ้า ถวายการแต่งจีวรสำหรับภิกษุหลายรูปให้ทรงทอดพระเนตร 

พระพุทธองค์ทรงตรัสสรรเสริญว่า ท่านพระอานนท์ผู้ฉลาด ซาบซึ้งเนื้อความที่พระพุทธองค์ กล่าวย่อได้โดยกว้างขวางว่า พระอานนท์ทำผ้ากุสิก็ได้ ทำผ้าชื่ออัฑฒกุสิก็ได้ ทำผ้าชื่อมณฑลก็ได้ ทำผ้าชื่ออัฑฒมณฑลก็ได้ ทำผ้าชื่อวิวัฏฏะก็ได้ ทำผ้าชื่ออนุวิวัฏฏะก็ได้ ทำผ้าชื่อคีเวยยกะก็ได้ ทำผ้าชื่อชังเฆยยกะก็ได้ และทำผ้าชื่อพาหันตะก็ได้

จีวรจักเป็นผ้าที่ตัดแล้วเศร้าหมองด้วยศัสตรา สมควรแก่สมณะ และพวกศัตรูไม่ต้องการ แล้วทรงอนุญาตผ้าสังฆาฏิตัด ผ้าอุตราสงค์ตัด ผ้าอันตรวาสกตัด
 
พระพุทธานุญาตไตรจีวร

ครั้งเมื่อพระผู้มีพระภาคเสด็จพระพุทธดำเนินทางไกลจากพระนครราชคฤห์ไปทางพระนครเวสาลี ได้ทอดพระเนตรเห็นภิกษุหลายรูปหอบผ้าพะรุงพะรัง ทูนขึ้นบนศีรษะบ้าง แบกขึ้นบ่าบ้าง กะเดียดไว้ที่สะเอวบ้าง จึงทรงดำริว่าภิกษุเหล่านี้เวียนมาเพื่อความมักมากในจีวรเร็ว จึงทรงดำริตั้งกฎในเรื่องผ้าแก่ภิกษุทั้งหลาย

ครั้นพระผู้มีพระภาคเสด็จพระพุทธดำเนินผ่านระยะทางโดยลำดับ ประทับอยู่ ณ โคตมกเจดีย์ ทรงผ้าจีวรผืนเดียว ประทับนั่งอยู่กลางแจ้งตอนกลางคืนขณะน้ำค้างตก ในคืนเหมันตฤดูกำลังหนาว ตั้งอยู่ระหว่างเดือน ๓ กับเดือน ๔ ต่อกัน ความหนาวไม่ได้มีแก่พระผู้มีพระภาค

เมื่อปฐมยามผ่านไปแล้ว ความหนาวจึงได้มีแก่พระพุทธองค์ พระผู้มีพระภาคจึงทรงห่มจีวรผืนที่สอง ความหนาวไม่ได้มีแก่พระองค์ 

เมื่อมัชฌิมยามผ่านไปแล้ว ความหนาวจึงได้มีแก่พระพุทธองค์ พระผู้มีพระภาคจึงทรงห่มจีวรผืนที่สาม ความหนาวไม่ได้มีแก่พระองค์

เมื่อปัจฉิมยามผ่านไปแล้ว ขณะรุ่งอรุณแห่งราตรี ความหนาวได้มีแก่พระผู้มีพระพุทธองค์ พระผู้มีพระภาคจึงทรงห่มจีวรผืนที่สี่ ความหนาวไม่ได้มีแก่พระองค์

พระผู้มีพระภาคได้ทรงพระดำริว่า กุลบุตรในธรรมวินัยนี้ที่เป็นคนขี้หนาว กลัวต่อความหนาว อาจดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยผ้าสามผืน จึงทรงอนุญาตผ้าสามผืนเป็นไตรจีวร คือ ผ้าสังฆาฏิ ๒ ชั้น ผ้าอุตราสงค์ชั้นเดียว ผ้าอันตรวาสกชั้นเดียว
 
พระพุทธบัญญัติอดิเรกจีวร

พระฉัพพัคคีย์ทราบว่าพระผู้มีพระภาคทรงอนุญาตไตรจีวร จึงใช้จีวรสำรับหนึ่งสำหรับเข้าบ้าน สำรับหนึ่งสำหรับอยู่ในอาราม สำรับหนึ่งสำหรับลงสรงน้ำ จึงเป็นที่โพนทะนาแก่ภิกษุที่เป็นผู้มักน้อย

พระผู้มีพระภาคทรงทำธรรมีกถา แล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า

ภิกษุไม่พึงทรงอดิเรกจีวร รูปใดทรง พึงปรับอาบัติตามธรรม           

สมัยต่อมา อดิเรกจีวรบังเกิดขึ้นแก่ท่านพระอานนท์ และท่านประสงค์จะถวายจีวรนั้นแด่ท่านพระสารีบุตร แต่ท่านพระสารีบุตรอยู่ถึงเมืองสาเกต อีก ๙ หรือ ๑๐ วันจึงจะกลับมา

พระพุทธองค์จึงทรงอนุญาตให้ทรงอดิเรกจีวรไว้ได้ ๑๐ วัน เป็นอย่างมาก
 
พระพุทธานุญาตคหบดีจีวร ๖ ชนิด

เนื่องด้วยภิกษุทั้งหลายมีความปริวิตกว่า จีวรทั้งเนื้อดีและเลวเกิดขึ้นแก่สงฆ์  จีวรชนิดใดที่พระผู้มีพระภาคทรงอนุญาต ชนิดใดไม่ทรงอนุญาต

พระพุทธองค์จึงทรงอนุญาตจีวรทำด้วยเปลือกไม้ ๑ ทำด้วยฝ้าย ๑ ทำด้วยไหม ๑ ทำด้วยขนสัตว์ ๑ ทำด้วยป่าน ๑ ทำด้วยของเจือกัน ๑

สมัยต่อมา ภิกษุทั้งหลายที่ยินดีคหบดีจีวรนั้นพากันรังเกียจ ไม่ยินดีผ้าบังสุกุล พระผู้มีพระภาคจึงทรงตรัสอนุญาตให้ภิกษุผู้ยินดีคหบดีจีวรยินดีผ้าบังสุกุลได้ แต่พระพุทธองค์ทรงสรรเสริญความสันโดษด้วยจีวรทั้งสองนั้น
 




อ่าน พระพุทธบัญบัญติจีวร
อ่าน พระพุทธานุญาตคหบดีจีวร

 
อ้างอิง พระพุทธบัญญัติจีวร พระไตรปิฎก ฉบับหลวง เล่มที่ ๕ ข้อที่ ๑๔๙-๑๕๑ หน้า ๑๖๐-๑๖๓ พระไตรปิฎก ฉบับหลวง เล่มที่ ๕ ข้อที่ ๑๓๙ หน้า ๑๕๑
บุคคล พระพุทธเจ้า พระอานนท์ พระฉัพพัคคีย์ พระสารีบุตร
สถานที่ นครราชคฤห์ ทักขิณาคีรีชนบท นครเวสาลี โคตมกเจดีย์ เมืองสาเกต
Tags พระวินัย
เหมาะกับ อุบาสก-อุบาสิกา นักบวช-นักปฏิบัติ
สถานะ ภิกษุในศาสนาของพระพุทธเจ้า