Skip to main content

Warning message

Mean Menu style requires jQuery library version 1.7 or higher, but you have opted to provide your own library. Please ensure you have the proper version of jQuery included. (note: this is not an error)

20. อัฏฐกนาครสูตร

ว่าด้วย ธรรมเพื่อความสิ้นไปแห่งอาสวะ
เหตุการณ์ ท่านพระอานนท์อยู่ ณ เวฬุวคาม เขตนครเวสาลี คฤหบดีชื่อ ทสมะ เป็นชาวเมืองอัฏฐกะ ถามพระอานนท์ถึงธรรมเพื่อความสิ้นไปแห่งอาสวะ เมื่อพระอานนท์แสดงธรรมจบ ทสมคฤหบดีสร้างวิหาร ๕๐๐ ถวายท่านพระอานนท์
Series ชุดอานนทธรรม
ชุดที่ 1
Track 20

บทย่อ

พระอานนท์แสดงธรรมโปรดทสมคฤหบดี ชาวเมืองอัฏฐกะ ว่าด้วยธรรมที่ยังจิตให้หลุดพ้น อาสวะให้สิ้นไป และบรรลุถึงธรรมที่ปลอดโปร่งจากกิเลส  

ธรรมอันหนึ่งคือการเห็นความดับไปแห่งเหตุปัจจัยปรุงแต่ง ใน
-  รูปฌาณ ๔
-  อัปปมัญญา ๔
-  อรูปฌาณ ๓
ซึ่งหากบุคคลสามารถเห็นเหตุปัจจัยปรุงแต่งก็สามารถหลุดพ้นได้โดยประตูอมตะประตูหนึ่งๆ แห่งประตูอมตะ ๑๑ ประตูนี้   เมื่อพระอานนท์แสดงธรรมจบ ทสมคฤหบดีสร้างวิหาร ๕๐๐ ถวายท่านพระอานนท์

-------------------

รูปฌาน ๔
-  บรรลุปฐมฌาน: มีวิตก มีวิจาร มีปีติและสุข เกิดแต่วิเวกอยู่
-  บรรลุทุติยฌาน : มีความผ่องใสแห่งจิตในภายในเป็นธรรมเอกผุดขึ้น ไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร เพราะวิตกวิจารสงบไป มีปีติและสุขเกิดแต่สมาธิอยู่
-  บรรลุตติยฌาณ:   มีอุเบกขา มีสติสัมปชัญญะ และเสวยสุขด้วยกายเพราะปีติสิ้นไป
-  บรรลุจตุตถฌาน: ไม่มีทุกข์ ไม่มีสุข เพราะละสุข ละทุกข์ และดับโสมนัสโทมนัสก่อนๆได้ มีอุเบกขาเป็นเหตุให้สติบริสุทธิ์อยู่

แม้ปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌาน จตุตถฌาน นี้ เป็นเหตุปัจจัยปรุงแต่งขึ้น ไม่เที่ยง มีความดับไปเป็นธรรมดา ตั้งอยู่ในสมถะและวิปัสสนานั้น ย่อมสิ้นอาสวะทั้งหลาย

ถ้าไม่ถึงความสิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลาย เพราะยินดีเพลิดเพลินในสมถะและวิปัสสนานั้น แต่เนื่องจากโอรัมภาคิยสังโยชน์ ๕  สิ้นไป ย่อมเป็นโอปปาติกะ (พระอนาคามี) จะปรินิพพานในที่นั้น มีอันไม่กลับจากโลกนั้น

อัปปมัญญา ๔
ภิกษุมีใจประกอบด้วยเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา แผ่ไปทั้ง ๔ ทิศ มีใจประกอบด้วยเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา อันไพบูลย์ เป็นมหัคตะ ไม่มีประมาณ ไม่มีเวร ไม่มีความเบียดเบียน แผ่ไปทั้งเบื้องบน เบื้องล่าง เบื้องขวาง ตลอดโลก ทั่วสัตว์ทุกเหล่าโดยความมีตนทั่วไป ในที่ทุกสถานอยู่

แม้เมตตาเจโตวิมุติ กรุณาเจโตวิมุติ มุทิตาเจโตวิมุตติ อุเบกขาเจโตวิมุตติ นี้  เป็นเหตุปัจจัยปรุงแต่งขึ้น ไม่เที่ยง มีความดับไปเป็นธรรมดา ตั้งอยู่ในสมถะและวิปัสสนานั้น ย่อมสิ้นอาสวะทั้งหลาย

ถ้าไม่ถึงความสิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลาย เพราะยินดีเพลิดเพลินในสมถะและวิปัสสนานั้น แต่เนื่องจากโอรัมภาคิยสังโยชน์ ๕  สิ้นไป ย่อมเป็นโอปปาติกะ (พระอนาคามี) จะปรินิพพานในที่นั้น มีอันไม่กลับจากโลกนั้น

อรูปฌาน ๓
- ชั้นอากาสานัญจายตนะ ด้วยมนสิการว่า อากาศหาที่สุดมิได้ เพราะล่วงรูปสัญญา เพราะดับปฏิฆสัญญา เพราะไม่มนสิการนานัตตสัญญาโดยประการทั้งปวงอยู่
- วิญญาณัญจายตนะ ด้วยมนสิการว่า วิญญาณหาที่สุดมิได้ เพราะล่วงอากาสานัญจายตนะโดยประการทั้งปวงอยู่
- บรรลุอากิญจัญญายตนะ ด้วยมนสิการว่า ไม่มีอะไร เพราะล่วงวิญญาณัญจายตนะได้โดยประการทั้งปวง

แม้อากาสานัญจายตนสมาบัติ วิญญาณัญจายตนะสมาบัติ อากิญจัญญายตนสมาบัติ นี้ เป็นเหตุปัจจัยปรุงแต่งขึ้น ไม่เที่ยง มีความดับไปเป็นธรรมดา ตั้งอยู่ในสมถะและวิปัสสนานั้น ย่อมสิ้นอาสวะทั้งหลาย

ถ้าไม่ถึงความสิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลาย เพราะยินดีเพลิดเพลินในสมถะและวิปัสสนานั้น แต่เนื่องจากโอรัมภาคิยสังโยชน์ ๕  สิ้นไป ย่อมเป็นโอปปาติกะ (พระอนาคามี) จะปรินิพพานในที่นั้น มีอันไม่กลับจากโลกนั้น

 

อ่าน อัฏฐกนาครสูตร