Skip to main content

Warning message

Mean Menu style requires jQuery library version 1.7 or higher, but you have opted to provide your own library. Please ensure you have the proper version of jQuery included. (note: this is not an error)

2. ประวัติพระอานนทเถระ

Series ชุดอานนทธรรม
ชุดที่ 1
Track 2

บทย่อ

พระอานนท์ ก่อนจะผนวชนั้น ทรงเป็นเจ้าชายแห่งศากยวงศ์ โดยท่านเป็นพระโอรสของพระเจ้าสุกโกทนะ ผู้เป็นพระอนุชาของพระเจ้าสุทโธทนมหาราช พระพุทธบิดา พระมารดาของท่านทรงพระนามว่านางกีสาโคตมี พระอานนท์จึงถือว่าเป็นลูกผู้น้องของเจ้าชายสิทธัตถะ และเป็นหนึ่งในสหชาติของเจ้าชายสิทธัตถะ ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 7 ประการ คือ มารดาพระราหุล 1, พระอานนท์ 1, นายฉันนะ 1, กาฬุทายีอำมาตย์ 1,  ม้ากัณฐกะ 1, ต้นมหาโพธิพฤกษ์ 1 และหม้อขุมทรัพย์ทั้ง 4 ขุม

เมื่อพระสัมมาสัมพุทธจ้าได้ตรัสรู้แล้ว ได้เสด็จกลับไปโปรดพระพุทธบิดา และพระญาติวงศ์ศากยะ ณ นครกบิลพัศดุ์ ในครั้งนั้นบรรดาศากยราชได้ทรงเลื่อมใสศรัทธา ต่างได้ถวายพระโอรสของตนให้ออกบวชตามเสด็จ ยังเหลือแต่ศากยกุมารบางพระองค์ อาทิ เจ้าชายอนุรุทธะ เจ้าชายภัททิยะ เจ้าชายภัคคุ  เจ้าชายกิมพิละ เจ้าชายอานนท์ และเจ้าชายเทวทัต ยังมิได้ออกบวช 

ครั้นพระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่กรุงกบิลพัศดุ์พอสมควรแก่กาลแล้วก็เสด็จจาริกต่อไปยังที่อื่น ศากยกุมารทั้ง 6 องค์ มีพระอานนท์ เป็นต้นรวมทั้งอุบาลี ผู้เป็นภูษามาลา ได้ตามเสด็จพระพุทธองค์ไปเพื่อขอบรรพชาอุปสมบท และได้เข้าเฝ้าพระพุทธองค์ที่อนุปิยอัมพวัน เขตอนุปิยนิคม แคว้นมัลละ ลำดับนั้น พระพุทธองค์โปรดให้อุบาลีผู้เป็นภูษามาลาบวชก่อน แล้วให้ ศากยกุมารเหล่านั้นผนวชต่อภายหลัง ฯ

ท่านพระอานนท์ครั้นอุปสมบทแล้ว ได้ศึกษาธรรมจากสำนักของท่านพระปุณณมันตานีบุตร ไม่นานก็ได้สำเร็จโสดาปัตติผล

ท่านพระอานนท์จึงได้กราบทูลขอพร 8 ประการ หากพระองค์ทรงประทานพร 8 ประการนี้ ท่านจึงจะรับตำแหน่งพุทธุปัฏฐาก 

1. ถ้าจักไม่ประทานจีวรอันประณีตที่พระองค์ได้แล้วแก่ข้าพระองค์
2. ถ้าจักไม่ประทานบิณฑบาตอันประณีตที่พระองค์ได้แล้วแก่ข้าพระองค์
3. ถ้าจักไม่โปรดให้ข้าพระองค์อยู่ในที่ประทับของพระองค์
4. ถ้าจักไม่ทรงพาข้าพระองค์ไปในที่ที่ทรงรับนิมนต์ไว้
5. ถ้าพระองค์จักไปสู่ที่นิมนต์ที่ข้าพระองค์รับไว้
6. ถ้าข้าพระองค์จะพาบริษัทซึ่งมาแต่ที่ไกลเพื่อเฝ้าพระองค์ได้ในขณะที่มาแล้ว
7. ถ้าความสงสัยของข้าพระองค์เกิดขึ้นเมื่อใด ขอให้ได้เข้าเฝ้าทูลถามเมื่อนั้น
8. ถ้าพระองค์ทรงแสดงธรรมเทศนาอันใดในที่ลับหลังข้าพระองค์ จักเสด็จมาตรัสบอกพระธรรมเทศนานั้นแก่ข้าพระองค์อีก

พระผู้มีพระภาคได้ตรัสถามถึงโทษและอานิสงส์ที่ทูลขอพร 8 ประการนี้ ท่านพระอานนท์ได้กราบทูลว่า ถ้าท่านไม่ทูลขอพรข้อ 1-4 ก็จักมีคนพูดได้ว่า ท่านรับตำแหน่งพุทธุปัฏฐาก เพื่อหวังลาภสักการะอย่างนั้น ๆ เพื่อป้องกันปรวาทะอย่างนั้น ท่านจึงได้ทูลขอพร 4 ข้อนี้ ถ้าท่านไม่ทูลขอพรข้อ 5-7 ก็จักมีคนพูดได้ว่า พระอานนท์บำรุงพระศาสดาไปทำไม เพราะกิจเท่านี้พระองค์ก็ยังไม่ทรงสงเคราะห์เสียแล้ว และหากท่านไม่ทูลขอพรข้อ 8 เมื่อมีคนมาถามท่านลับหลัง พระพุทธองค์ว่า คาถานี้ สูตรนี้ ชาดกนี้ พระผู้มีพระภาคตรัสที่ไหน? ถ้าท่านตอบเขาไม่ได้ เขาก็จะพูดได้ว่า พระอานนท์เฝ้าติดตามพระผู้มีพระภาคเหมือนเงาของพระองค์อยู่เป็นเวลานาน ทำไมเรื่องเท่านี้ยังไม่รู้?

ครั้นท่านได้ทูลชี้แจงแสดงโทษในข้อที่ไม่ควรได้ และอานิสงส์ในข้อที่ควรได้อย่างนี้แล้ว พระผู้มีพระภาคจึงทรงประทานพรตามที่พระอานนท์กราบทูลขอทุกประการ ท่านพระอานนท์จึงได้รับตำแหน่งพุทธอุปัฏฐาก และได้อุปัฏฐากพระพุทธองค์ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมาจนถึงวันเสด็จดับขันธปรินิพพานของพระผู้มีพระภาค เป็นเวลา 25 พรรษา

ตั้งแต่วันที่ได้ตำแหน่งอุปัฏฐาก ท่านพระอานนท์ก็ได้อุปัฏฐากพระผู้มีพระภาคเจ้าด้วยดี กิจที่ท่านทำเป็นประจำแก่พระพุทธเจ้าคือ ถวายน้ำสรง 2 ครั้ง, ถวายไม้ชำระพระทนต์ 3 ครั้ง, นวดพระหัตถ์และพระบาท, นวดพระปฤษฏางค์, ปัดกวาดพระคันธกุฏี และบริเวณพระคันธกุฏี ไปไหนก็ไม่ไกลพระศาสดา คิดอยู่เสมอว่า เวลานี้พระศาสดาควรจะได้สิ่งนั้นสิ่งนี้ เราควรทำสิ่งนี้ๆ

ในเวลากลางคืนท่านก็ถือด้านประทีปดวงใหญ่ เดินตรวจไปรอบบริเวณพระคันธกุฏีที่ประทับ 9 ครั้ง ด้วยคิดว่า ถ้าเราง่วงนอน นอนหลับก็จะไม่อาจขานรับเมื่อพระศาสดาเรียกหาได้ ท่านจึงไม่ปล่อยด้ามประทีปจากมือตลอดคืนยันรุ่ง
ด้วยเหตุนี้ในบรรดาพระภิกษุผู้เคยอุปัฏฐากพระพุทธเจ้ามาแล้ว จึงไม่มีใครทำได้เสมอเหมือนท่าน
 

 

บุคคล พระอานนท์